โดนทิ้งก็ไม่แคร์! ชายหนุ่มจัดงานแต่งงานกับตัวเอง หลังถูกคู่หมั้นบอกเลิก

หนุ่มบราซิลตัดสินใจจัดงานแต่งงานกับตัวเอง หลังถูกคู่หมั้นบอกเลิก

ดิโอโก้ ราเบโล่ คุณหมอหนุ่มบราซิลและวิเตอร์ บูเอโน่ คู่หมั้นของเขาได้ตัดสินใจจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ด้วยกัน ทั้งคู่วางแผนเตรียมจะแต่งงานกันเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าอะไรๆกลับไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด เมื่อวิเตอร์ นั้นได้ทิ้งคุณหมอดิโอโก้ไป

โดยปกติแล้ว คู่รักไหนที่เจอสถานการณ์แบบนี้ มักจะเป็นสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เงินก็จ่ายไปแล้ว การ์ดก็แจกแล้ว ประกาศบอกญาติพี่น้อง เพื่อนเก่า เพื่อนสนิท เพื่อนที่ทำงาน แต่ท้ายที่สุดแล้วงานแต่งก็ไม่เกิดขึ้น ใครเจอแบบนี้ ร้อยทั้งร้อยคือต้องเศร้าและเจ็บปวดมากแน่ๆ

แต่คุณหมอดิโอโก้กลับไม่ใช่แบบนั้น เพราะเขาตัดสินใจแล้วว่า วันสำคัญที่สุดในชีวิตของเขานั้น ต้องดำเนินต่อไปเหมือนเดิม แผนการทุกอย่างถูกตั้งไว้เหมือนเดิม แขกเหรื่อที่เชิญมาก็มาเหมือนเดิม สิ่งเดียวที่แตกต่างออกไป คือเขาไม่ได้แต่งงานกับวิเตอร์ คู่หมั้นของเขา แต่เขาจะแต่งงานกับตัวเอง

และนั่นเอง ในวันที่ 17 ตุลาคม 2021 ที่ผ่านมา คุณหมอดิโอโก้ก็ได้จัดงานแต่งงานกับตัวเองไปตามปกติ ที่รีสอร์ทสุดหรูในเมืองอิตาแคร์ ในรัฐบาเฮีย ทางตะวันออกของบราซิล

โดยงบประมาณการจัดงานทั้งหมดนี้ ใช้ไปราวๆ £47,300 หรือราวๆ 2 ล้านบาทเลยทีเดียว และมีแขกมาร่วมทั้งหมดกว่า 40 คน

คุณหมอดิโอโก้นั้น เป็นศัลแพทย์ด้านความงาม ได้ออกมาบอกว่า

“วันนี้เป็นวันที่มีความสุขที่สุดในชีวิตผม ผมได้อยู่กับครอบครัวและเพื่อนๆ และคนที่ผมรักที่สุดในชีวิต งานแต่งงานงานฉลองที่ควรจะเศร้าและพังนั้น กลับดีขึ้นมาได้ เพราะพวกเขาจริงๆ”

“หลังจากที่ผมโดนคู่หมั้นบอกเลิก ผมได้คิดใคร่ครวญและไตร่ตรองอยู่นานเป็นเพื่อน ว่าจะเอายังไงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นดี จนในที่สุด ผมก็ตัดสินใจว่า ผมจะรักตัวเอง และแม้ว่าผมจะโดนบอกเลิกก่อนงานแต่ง แต่ผมก็จะใช้งานแต่งนั้น เพื่อแสดงออกไปให้โลกรู้ว่า เราควรจะรักตัวเองให้มาก และอย่าให้ใครมาทำให้คุณค่าในตัวของเรานั้นตกต่ำลงได้ และนี่คือที่มาที่ทำให้ผมตัดสินใจจัดงานแต่งต่อไป รวมถึงเชิญแขกและเพื่อนๆครอบครัวมาร่วมงานด้วยถึง 4-50 คน”

อ่านดูแล้วก็ใจฟูชื่นชูหัวใจเหมือนกัน หลายครั้งที่เราอกหักและมักจะจมปลักอยู่กับความคิดว่า ถ้าไม่มีอีกคนแล้ว เราจะอยู่ไม่ได้ จนลืมนึกไปว่า คนที่เราควรจะรักมากที่สุด ก็คือตัวเราเองนั่นเอง เพราะเมื่อไหร่ที่เรารักตัวเองมากพอ ความรักนั้นก็จะหลงเหลือเผื่อแผ่ไปให้คนอื่น นั่นเอง

ที่มา : Ladbible

Total
24
Shares
Previous Post

เรื่องราวความรักของวิลล์ สมิธ และเหตุผลที่ว่า ทำไมเขาถึงยอมทำทุกอย่าง เพื่อปกป้องคนที่เขารัก

Next Post

ลูกพี่อีลอน มัสก์ กำลังตัดสินใจอย่างจริงจัง ที่จะสร้าง Social Network ของตัวเอง

Related Posts

รู้จักกับ ‘ธาลัสโซโฟเบีย’ อาการกลัวสิ่งที่มองไม่เห็นใต้ทะเล

กำลังเข้าสู่ช่วงหน้าร้อน (อันที่จริงก็รู้สึกว่าเป็นหน้าร้อนตลอดนะ) ที่เรียกได้ว่าเป็นฤดูเที่ยวทะเลของไทย ซึ่งหลายคนคงมีแพลนทริปเที่ยวกันแล้ว และกิจกรรมสนุกๆที่ทะเล ก็คงหนีไม่พ้นการเล่นน้ำทะเล เล่นเซิร์ฟ ล่องเรือ ดำน้ำ ฯลฯ แต่เชื่อมั้ยว่า ทะเลที่สวยงามพร้อมกับแดดร้อนที่สาดส่องมานั้น กลับไม่ได้สวยงามและดูน่าหลงใหลสำหรับทุกคน เพราะจะมีบางคนที่มีอาการที่เรียกว่า ‘ธาลัสโซโฟเบีย’ หรือโรคกลัวทะเล จนทำให้ไม่กล้าที่จะลงเล่นน้ำทะเลหรือทำกิจกรรมใดๆที่ทะเลเลย เชื่อมั้ยว่า…
Read More

นักวิจัยจีนกำลังพัฒนาหุ่นยนต์พี่เลี้ยงที่จะทำหน้าที่ดูแลเด็กที่อยู่ในมดลูกเทียม

หากใครเคยดูภาพยนต์ที่เกี่ยวกับโลกยุคใหม่ หุ่นยนต์ หรือ เอไอ หรืออะไรทำนองนั้น คงนึกภาพออกถึงโลกที่มียนต์ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยมนุษย์ในการทำหน้าที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์ทหาร หุ่นยนต์กู้ภัย หุ่นยนต์แม่บ้า และอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่า โลกในแบบที่เราเห็นในภาพยนต์ต่างๆเหล่านั้น กำลังจะมาถึงแล้ว โดยนักวิจัยจากสถาบัน Suzhou Institute of…
Read More

หนูน้อยวัย 6 ขวบ ขายของเล่นตัวเอง เพื่อซื้อแมคโดนัลด์เลี้ยงเด็กกำพร้า

เราทุกคนสามารถทำอะไรเพื่อคนอื่นได้ ไม่สำคัญว่าเราอายุเท่าไหร่ ทำอาชีพอะไร เพราะแม้กระทั่งคนที่ไม่ได้อยู่ในสถานะที่ช่วยเหลือใครได้เท่าไหร่นัก ก็ยังแสดงออกให้เห็นว่า เราสามารถทำความดีได้ทุกเมื่อ ทุกเวลา เหมือนเรื่องของหนูน้อยวัย 6 ขวบชาวมาเลเซียคนนี้ นี่เป็นเรื่องราวของหนูน้อยชาวมาเลเซียวัย 6 ขวบ ซายิฟ เมกกะ โดยคุณแม่ของหนูน้อยได้โพสเรื่องราวนี้ไว้ในทวิตเตอร์ของเธอ โดยหนูน้อยซายิฟนั้น ตัดสินใจนำของเล่นทั้งหมดที่เขามี…
Read More