‘ชานคิลโล’ หอดูดาวโบราณจากอารยธรรมลึกลับในเปรู ที่เก่ากว่าอายรธรรมอินคา

เป็นเวลาเนิ่นนานก่อนที่ชาวอินคาจะเรืองอำนาจและเริ่มต้นบูชาเทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์นั้น เคยมีอารยธรรมเล็กๆที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักเท่าไหร่นัก ได้สร้างหอดูดาวที่เก่าแก่ที่สุดในทวีปอเมริกา ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาคือใคร หลักฐานเดียวที่แสดงถึงการมีตัวตนของพวกเขา คือหอดูดาวแห่งนี้

แม้ว่าหอดูดาวแห่งนี้จะไม่ได้มีอายุเก่าแก่เท่าสโตนเฮนจ์ในอังกฤษ แต่สถานที่ที่กลายเป็นซากปรักหักพังโบราณนี้ เป็นที่รู้จักกันในชื่อ ชานคิลโล (Chankillo) โดยมันมีลักษณะเฉพาะที่ไม่เหมือนที่ใดในโลก

The Fortified Temple at Chankillo. (Janine Costa/AFP via Getty Images)

ชานคิลโลนั้น ตั้งอยู่ในทะเลทรายที่อยู่บริเวณชายฝั่งของประเทศเปรู โดยมีลักษณะเด่นคือ มีหอคอยหิน 13 แห่งเรียงกันเป็นแนวเส้นขอบฟ้าของเนินเขา จากทิศเหนือไปจรดทิศใต้ ซึ่งเมื่อมองดีๆแล้ว จะเหมือนเป็นฟันกรามของล่างของสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์

Aerial view of the towers. (Janine Costa/AFP via Getty Images)

นอกจากนี้ ใกล้ๆกันนั้นยังมีซากปรักหักพังของอาคารสองแห่ง ที่เชื่อกันว่าใช้เป็นอาคารสำนักงานและเป็นอาคารหอดูดาว รอบๆยังมีแนวกำแพงสามชั้นที่คนท้องถิ่นเรียกกันว่า วิหารเสริมความแข็งแกร่ง

สิ่งก่อสร้างแห่งนี้ สร้างเสร็จเมื่อ 2,300 ปีที่แล้ว และถูกทิ้งร้างไว้ตั้งแต่ศรรษวรรตแรก ซึ่งนับตั้งแต่นั้นมา มันก็กลายเป็นสถานที่ปริศนาสำหรับคนที่เดินทางผ่านไปมาหลายชั่วอายุคน จนกระทั่งเลือนหายไปตามกาลเวลา

The Thirteen Towers of Chankillo. (David Edgar/Wikipedia/CC BY-SA 3.0)

อย่างไรก็ตาม ในตอนต้นของศรรตวรรษที่ 21 นั้น ก็ได้เริ่มมีการขุดค้นบริเวณนี้อย่างจริงจัง และนั่นเอง ทำให้นักโบราณคดีได้ค้นพบสิ่งก่อสร้างโบราณที่สูญหายไปเป็นเวลานาน

ในตอนกลางวันที่แดดจ้ากลางทะเลทรายนั้น สิ่งก่อสร้างแห่งนี้ไม่ได้ดูโดดเด่นอะไรมากมายนัก เพราะโครงสร้างของสิ่งก่อสร้างหินนั้นยาวแค่ 300 เมตร ทำให้เมื่อมองจากที่ไกลๆนั้น มันกลายเป็นกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม

และเมื่อถึงช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก แสงจากดวงอาทิตย์จะลอดผ่านร่องระหว่างหิน ซึ่งในแต่ละร่องนั้น จะตรงกับช่วงเวลาของแต่ละปีอย่างพอดิบพอดี นี่คือสาเหตุที่ทำให้นักโบราณคดีเชื่อว่า โครงสร้างหินที่ดูเหมือนฟันนี้ เป็นสิ่งก่อสร้างทางดาราศาสตร์นั่นเอง

The September equinox sunset. (World Monuments Fund/Youtube Screenshot)

อย่างที่กล่าวไปตอนต้น ไม่มีใครรู้ว่าอารยธรรมโบราณที่เป็นเจ้าของสิ่งก่อสร้างนี้เป็นอารยธรรมใด เพราะมันมีลักษณะเฉพาะที่ไม่เหมือนใคร อันที่จริง ต้องบอกว่ามันมีลักษณะเฉพาะที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนที่ไหนในโลกเลยด้วยซ้ำ โดยมันน่าจะเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างและวัฒนธรรมที่เก่าแก่ที่สุดในทวีปอเมริกา ซึ่งพอจะพูดได้ว่า มันเก่ากว่าอารยธรรมของชาวอินคาซะอีก

ชานคิลโลนั้น ได้รับการรับรองให้กลายเป็นมรดกของโลกโดยองค์กร UNESCO อย่างเป็นทางการ โดยองค์กร UNESCO นั้นได้บรรยายถึงสถานที่แห่งนี้ว่า

“ที่นี่ไม่เหมือนกับโบราณสถานทางดาราศาสตร์ที่อื่นในโลก ที่มีการวางแนวสถาปัตยกรรมทางดาราศาสตร์แค่จุดเดียว เพราะที่นี่ มีการสร้างหอคอยครอบคลุมส่วนโค้งของดวงอาทิตย์ขึ้นและตกตลอดทั้งปี ทำให้เมื่อมองจากจุดสังเกตุการณ์นั้น และหอดูดาวชานคิลโลนี้ เป็นเครื่องยืนยันถึงประวัติศาสตร์ของการวิวัฒนาการความรู้ทางดาราศาสตร์ที่เกิดขึ้นในหุบเขา Casma ประเทศเปรู”

ที่มา : astronomicalheritage.net เรียบเรียงโดย : Walkki

Total
2
Shares
Previous Post

นักวิจัยจีนกำลังพัฒนาหุ่นยนต์พี่เลี้ยงที่จะทำหน้าที่ดูแลเด็กที่อยู่ในมดลูกเทียม

Next Post

ลูกศรคอนกรีตที่ถูกลืมขนาดใหญ่ จากชายฝั่งตะวันออกสู่ตะวันตกของสหรัฐฯ

Related Posts

น้ำจิ้มซีฟู้ดอยู่ไหน?? ครอบครัวมาปิคนิคทำบาร์บีคิวอยู่ดีๆ ฝูงปูยักษ์มาร่วมจอยซะอย่างงั้น

การได้ใช้วันหยุดไปปิคนิคกับครอบครัวนั้น เป็นอะไรที่ฟังดูน่าสนุก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเราวางแผนกิจกรรมสนุกๆต่างๆนาๆไว้ เราก็ย่อมคาดหวังประสบการณ์วันหยุดที่แสนจะดีเยี่ยมแน่ๆ อย่างไรก็ตาม อะไรๆก็ไม่ได้เป็นใจขนาดนั้น เพราะแผนการพักร้อนสุดสนุกของครอบครัวนี้กลับต้องถูกรบกวนด้วยเจ้าฝูงปูยักษ์จำนวนมาก ครับ! คุณไม่ได้อ่านผิด ฝูงปูยักษ์นั่นแหละ Amy Luetich นั้นได้พาครอบครัวไปตั้งแคมป์บนเกาะแห่งหนึ่งในมหาสมุทรอินเดีย โดยในระหว่างที่พวกเขากำลังปิ้งบาร์บีคิวกันอย่างสนุกสนานนั้น อยู่ดีๆก็มีฝูงปูมะพร้าวยักษ์กรูกันขึ้นมาบริเวณที่พวกเขาอยู่ โดยปูพวกนี้ คือปูมะพร้าวยักษ์…
Read More

ชายชาวจีนช็อค! อยู่กินกับภรรยามา 16 ปี มีลูก 3 คน แต่เพิ่งรู้ว่าไม่ใช่ลูกตัวเอง

ชายชาวจีนช็อคเมื่อต้องรู้ว่าลูกสามคนไม่ใช่ลูกตัวเองเพราะภรรยาที่อยู่กินกันนานถึง 16 ปีนั้นนอกใจ เรื่องนี้เกิดขึ้นที่ประเทศจีน จากการรายงานของ South China Morning Post เมื่อนายเฉิน ชายชาวจีนวัย 45 ปีจากมณฑลเจียงซี สงสัยว่าภรรยาของเขานอกใจ เพราะเธอไม่โทรหาเขาและออกไปทำงานนอกบ้านตั้งแต่ต้นปี 2565 นายเฉินและนางหยู แต่งงานกันมานานถึง…
Read More

‘บ้านกระจกล่องหน’ ในลอนดอน ที่ผู้คนผ่านไปมาเกือบจะไม่ทันสังเกตุว่ามันตั้งอยู่ที่นั่น

ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาในย่านริชมอนด์, ลอนดอน ประเทศอังกฤษ อาจจะต้องงงเล็กน้อย เพราะบ้านหลังหนึ่งในย่านนั้นถูกออกแบบโดยให้มีกระจกสะท้อนล้อมรอบทั้งหลัง ซึ่งเมื่อมองผ่านๆโดยไม่ทันสังเกตุให้ดีแล้วละก็ อาจจะไม่ทันเห็นบ้านหลังนั้นเลย จนชาวบ้านแถวนั้นเรียกกันว่า ‘บ้านล่องหน’ โดยบ้านหลังนี้นั้นตั้งอยู่บนถนนหมายเลข A316 ใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดินริชมอนด์ ซึ่งแม้บางคนอาจจะเข้าใจว่า บ้านหลังนี้นั้นไม่มีคนอยู่ แต่จริงๆแล้ว บ้านหลังนี้นั้นมีคนอยู่จริงๆ เป็นที่พักอาศัยจริงๆ ไม่ใช่สถาปัตยกรรมที่สร้างมาเป็นแลนด์มาร์คแต่อย่างใด…
Read More